ตอนจบของโดราเอมอน v.1

posted on 15 Aug 2008 07:26 by thaibittorrent
ตอนจบของโดราเอมอน v.1
แบบที่ 1 บ่ายวันหนึ่ง โนบิตะกลับมาจากโรงเรียน พบโดราเอมอนนอนหลับไหลอยู่ ไม่ว่าจะพยายามปลุกอย่างไร โดราเอมอนก็ไม่ตื่นเสียที โนบิตะรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่แปลกไป จึงใช้ไทม์แมชชีนไปในอนาคตเพื่อไปหาโดเรมีน้องสาวของโดราเอมอนให้มาดูอาการของพี่ชาย โดเรมีพบว่า แบตเตอรี่ในตัวโดราเอมอนหมด อีกทั้งพลังงานสำรองที่หุ่นยนต์แมวมีอยู่ที่หู โดราเอมอนก็ถูกหนูกัดไปหมดแล้ว และถ้าหากเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ ความทรงจำเดิมของโดราเอมอนก็จะถูกลบเลือนไปทั้งหมด เมื่อหมดหวัง โนบิตะก็เปลี่ยนตัวเองไปอย่างสิ้นเชิง เขามุมานะตั้งใจเรียน ชิซูกะรู้สึกประทับใจกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ทั้งคู่จึงตกลงปลงใจแต่งงานกันในเวลาต่อมา โนบิตะเติบโตเป็นนักวิทยาศาสตร์ ทุ่มเทศึกษาโครงสร้างทั้งหมดของโดราเอมอนเพื่อรักษาซ่อมแซมให้สำเร็จ กระทั่งวันหนึ่ง โนบิตะก็เรียกชิซูกะเข้ามาในห้องนอนเก่าของเขาซึ่งกลายเป็นห้องทดลองที่โดราเอมอนนอนหลับใหลอยู่ เพื่อเป็นประจักษ์พยานในการฟื้นคืนกลับมาอีกครั้งของหุ่นยนต์เพื่อนรัก โนบิตะทำสำเร็จแล้ว!! ...ทันทีที่โนบิตะกดสวิตช์ เพื่อนรักคนเดิมก็ลืมตาขึ้นมา ประโยคแรกที่โดราเอมอนเอ่ยขึ้นก็คือ "โนบิตะ นายทำการบ้านเสร็จรึยัง?" เมฆสีขาวก็ยังลอยล่องอยู่บนท้องฟ้า เหมือนดังวันก่อน วันเวลาที่พวกเขาได้ร่วมใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน...
แบบที่ 2 วันหนึ่งในโรงพยาบาล โนบิตะตื่นขึ้นมาพ่อแม่ และเพื่อนๆ ครบทุกคนยืนเฝ้าอยู่รอบเตียง เด็กชายถามถึงโดราเอมอน...ทุกคนปฏิเสธว่าไม่รู้จัก โนบิตะจึงได้พบว่า แท้จริงเขานอนหลับมานานเป็นปีแล้ว เนื่องจากไม่สบาย เด็กชายนึกย้อนถึงเรื่องราวเกี่ยวกับโดราเอมอนทั้งหมด ทุกสิ่งเป็นเพียงความฝัน ทุกอย่างคือจินตนาการที่เขาสร้างขึ้น โนบิตะเป็นเด็กที่ไม่แข็งแรง และไม่มีเพื่อนรักที่จะอยู่ด้วยกัน เขาต้องนอนโรงพยาบาลตลอดเวลา และแล้ว โนบิตะก็หลับไปอีกเป็นครั้งสุดท้าย พ่อแม่และเพื่อนๆ ของโนบิตะร้องไห้ระงมในงานศพของโนบิตะ...เขาจากไปก่อนวัยอันควร...เรื่องราวทุกอย่างก็ถึงคราวจบลง เหตุที่โนบิตะฝันถึงโดราเอมอนและอนาคตนั้น เป็นเพราะเขารู้ดีว่าตัวเองกำลังจะตายในอีกไม่นาน เขาจึงอยากมีอนาคต มีเพื่อนรัก มีการผจญภัยสนุกสนาน แต่ฝันของเขาก็ไม่มีวันเป็นจริงตลอดไป...  

ตอนจบของโดราเอมอน v.2

posted on 15 Aug 2008 07:23 by thaibittorrent
user posted image

user posted image

user posted image

user posted image 

 

user posted image

user posted image

user posted image

user posted image 

 

user posted image

user posted image

user posted image

user posted image
user posted image

user posted image

user posted image

user posted image

ผู้ถือคบเพลิงโอลิมปิกคนสุดท้าย พิชิตชัยชนะบนเวทีพาณิชย์

ภาพที่หลี่หนิง ทะยานเหนือฟ้าเพื่อไปจุดคบเพลิงโอลิมปิกอย่างสวยงาม - เอเอฟพี
       เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล – มันเป็นภาพสะกดสายตาผู้คนล้นหลามในสนามกีฬารังนก เมื่อหลี่ หนิง ยอดนักยิมนาสติกของจีนในอดีตและมหาเศรษฐีหลายพันล้านในปัจจุบัน ชูคบเพลิง เหินทะยานกลางอากาศ ท้าทายแรงโน้มถ่วงของโลกด้วยลวดสลิง โลดละลิ่วไปจุดกระถางไฟโอลิมปิกอย่างงามสง่า
       
       
และนี่อาจเป็นการโฆษณาโดยไม่ต้องควักกระเป๋า ชิ้นยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเลยก็ว่าได้
       
       จีนเลือกให้หลี่เป็นผู้ถือคบเพลิงโอลิมปิกคนสุดท้าย เพื่อสรรเสริญความสำเร็จของจีนในการเปลี่ยนแปลงจากประเทศคอมมิวนิสต์ไปสู่มหาอำนาจด้านธุรกิจ
       
       แต่บริษัทอาดิดาส สปอนเซอร์ชุดนักกีฬาอย่างเป็นทางการในการแข่งขันปักกิ่งเกมส์ คงไม่พอใจเป็นแน่
       
       เพราะเหตุว่าหลี่ ซึ่งชนะ 6 เหรียญทองในการแข่งขันโอลิมปิกที่นครลอสแองเจลิสเมื่อปี 1984 ปัจจุบัน เขาเป็นเจ้าของบริษัทผู้ผลิตชุดนักกีฬา“หลี่หนิงกรุ๊ป” (Li Ning Group) มูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นคู่แข่งกับอาดิดาส และไนกี้
       
       “นี่เป็นการส่งข่าวสารที่ทรงพลัง” สำหรับหลี่หนิงกรุ๊ป เกร็ก พอลล์ หัวหน้าบริษัทวิจัยการตลาด R3 ซึ่งทำงานให้กับอาดิดาส และหลี่หนิงกรุ๊ป พูดถึงการเป็นผู้ถือคบเพลิงคนสุดท้ายของหลี่
       
       บริษัทผู้ผลิตชุดนักกีฬาทุ่มเงินหลายสิบล้าน เพื่อผูกขาดการเป็นสปอนเซอร์การแข่งขันโอลิมปิกในตลาดชุดนักกีฬา ที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในโลกอย่างจีน โดยอาดิดาสยอมจ่ายเงินราว 80 ล้านดอลลาร์ -100 ล้านดอลลาร์ เพื่อให้ได้เป็นสปอนเซอร์ปักกิ่งเกมส์อย่างเป็นทางการ
       
       ด้านไนกี้ได้เป็นสปอนเซอร์ให้กับทีมนักกีฬาโอลิมปิกจีนส่วนใหญ่
       

       สำหรับหลี่หนิงกรุ๊ป ซึ่งมีสัญลักษณ์เป็นรูปตัวแอล ที่บางคนบอกว่าแลดูคล้ายโลโก้สวูชของไนกี้นั้น ไม่ได้รับเลือกให้มีบทบาทใหญ่โตอย่างเป็นทางการอะไรในปักกิ่งเกมส์ โดยมีเหลือให้หลี่หนิงกรุ๊ปได้เป็นสปอนเซ่อร์สำหรับทีมนักกีฬาจีนไม่กี่ทีม รวมทั้งทีมยิมนาสติก และยิงปืนเท่านั้น
       
       ถึงกระนั้น หลี่หนิงกรุ๊ป ซึ่งเป็นผู้ผลิตชุดนักกีฬาให้แก่ทีมนักกีฬาโอลิมปิกจีนอย่างเป็นทางการมานานหลายปี ก็สามารถใช้ปักกิ่งเกมส์ ตราตรึงแบรนด์สินค้าของบริษัทให้อยู่ในความทรงจำของผู้คนได้อย่างแยบคาย
       
       ทั้งนี้ ก่อนหน้าพิธีเปิดการแข่งขันไม่นาน แบรนด์สินค้าหลี่หนิงกรุ๊ปเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตาของผู้บริโภคชาวจีนไม่แพ้ของอาดิดาสเท่าใดนักในปักกิ่งเกมส์
       
       อันที่จริงแล้ว จากผลสำรวจเมื่อไม่นาน โดย R3 พบว่า ผู้บริโภคชาวจีนร้อยละ45 เชื่อด้วยซ้ำไปว่า ยี่ห้อหลี่หนิงกรุ๊ปเป็นสปอนเซอร์รายหนึ่งในการจัดการแข่งขันคราวนี้
       
       บทบาทของหลี่ ที่ได้ถือคบเพลิงคนสุดท้าย จึงช่วยเพิ่มชื่อเสียงให้กับบริษัทของเขาอย่างแทบไม่ต้องสงสัย
       
       ที่ผ่านมา หลี่หนิงกรุ๊ปพยายามผลักดันตัวเองให้เป็นแบรนด์สินค้าระดับสากลสำหรับผู้บริโภคชาวจีน โดยเมื่อเร็ว ๆนี้ ก็เพิ่งเซ็นสัญญา 20 ปีกับล็อตโต้ บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาของยุโรป เพื่อเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของล็อตโต้ในจีน
       
       ก่อนหน้าจะมีการคัดเลือกตัวหลี่นั้น เอริก้า เคอร์เนอร์ หัวหน้าด้านการตลาดในการแข่งขันโอลิมปิกของอาดิดาสให้ความเห็นเกี่ยวกับบุคคลที่จะเป็นผู้ถือคบเพลิงคนสุดท้ายว่า
       
       “ผู้ถือคบเพลิงทุกคนต้องสวมเสื้อของอาดิดาส”
       

       ด้านเทอร์รี่ โรดส์ เจ้าของบริษัท ZOU บริษัทการตลาดด้านกีฬา ซึ่งทำงานร่วมกับอาดิดาสกล่าวว่า
       
       “สำหรับอาดิดาสแล้ว ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร (หลี่)ไม่ได้นำเสนอหลี่ หนิงในฐานะแบรนด์สินค้า แต่นำเสนอหลี่หนิงในฐานะบุคคล ซึ่งเป็นที่รักชื่นชอบ”
       
       ทว่าสำหรับผู้บริโภคชาวจีนมากมาย ยากที่จะแยกแยะบทบาททั้งสองออกจากกัน โดยแม้ไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในต่างแดน แต่สำหรับจีนแล้ว หลี่คือสัญลักษณ์ของทั้งความสำเร็จด้านกีฬาในอดีต และเป็นสัญลักษณ์ของการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งช่วยให้เขากลายเป็นบุคคลร่ำรวยที่สุดคนหนึ่งในจีน
       
       เมื่อครั้งที่หลี่ ซึ่งเวลานั้น อายุเพียง 20 ปีเข้าร่วมลอสแองเจลิสเกมส์ในปี 1984 จีนเพิ่งโผล่พ้นจากการปิดประเทศ และความวุ่นวายทางการเมือง จีนชนะ 15 เหรียญทอง โดยที่หลี่ทำได้ถึง 1 ใน 5 ของจำนวนเหรียญเหล่านี้
       
       หลี่เป็นคนเงียบ ๆ ไม่ชอบทำตัวเด่นดัง พ่อแม่เป็นครูสอนหนังสือ เขาคือผลิตผลของระบบการกีฬาอันมหึมาของจีน ที่รัฐเป็นผู้ออกเงินทั้งหมด หลี่ผงาดจากจุดเริ่มต้นที่เรียบ ง่าย กลายมาเป็นมหาเศรษฐีนักธุรกิจ นอกจากนั้น เขายังก่อตั้งองค์กร เพื่อช่วยเหลือนักกีฬาที่ปลดเกษียณแล้วอีกด้วย
       
       ภาพของหลี่ที่โจนทะยานกลางอากาศได้ยุติความกระหายใคร่รู้ว่าใครจะเป็นผู้ถือคบเพลิงคนสุดท้าย ซึ่งเกมทายปริศนาในเรื่องนี้ มีผู้เข้ามาคาดเดามากมายหลายพันคนในการสำรวจออนไลน์และทางหน้าหนังสือพิมพ์